เลนส์บลูบล็อก จำเป็นแค่ไหนสำหรับคนทำงานออฟฟิศ? สรุปจากงานวิจัยล่าสุด
เลนส์บลูบล็อกช่วยลดตาล้าจากหน้าจอได้จริงไหม สรุปสิ่งที่งานวิจัยพบ สาเหตุจริงของอาการตาล้า และวิธีที่ช่วยได้ผล เช่น กฎ 20-20-20 การจัดจอ และค่าสายตาที่ถูกต้อง
สรุปสั้น ๆ: หลักฐานงานวิจัยในปัจจุบันยังไม่พบว่าเลนส์บลูบล็อกช่วยลดอาการตาล้าจากหน้าจอได้ชัดเจน และไม่มีหลักฐานว่าแสงสีฟ้าจากจอทำร้ายจอประสาทตา อาการตาล้าของคนทำงานออฟฟิศส่วนใหญ่มาจากการกะพริบตาน้อยลง การเพ่งระยะใกล้นาน ๆ แสงสะท้อน และค่าสายตาที่ไม่ตรง
สิ่งที่ช่วยได้จริงคือพักสายตาตามกฎ 20-20-20 จัดจอและแสงให้เหมาะ และใช้แว่นที่ค่าสายตาถูกต้อง ส่วนเลนส์บลูบล็อกไม่เป็นอันตราย ใครใส่แล้วรู้สึกสบายก็ใช้ได้
เลนส์บลูบล็อกหรือเลนส์กรองแสงสีฟ้าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนทำงานหน้าจอถามถึงบ่อยที่สุด บทความนี้สรุปว่าแสงสีฟ้าคืออะไร งานวิจัยว่าอย่างไร อาการตาล้าจริง ๆ มาจากไหน และถ้าจะใช้เลนส์บลูบล็อก ควรคาดหวังอะไร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้จากข้อมูล ไม่ใช่จากคำโฆษณา
แสงสีฟ้าคืออะไร มาจากไหน
แสงสีฟ้า (blue light) คือแสงช่วงความยาวคลื่นสั้นในแสงที่ตามองเห็น แหล่งใหญ่ที่สุดในชีวิตประจำวันคือแสงแดด ส่วนหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ และหลอด LED ก็ปล่อยแสงสีฟ้าเช่นกัน แต่ปริมาณน้อยกว่าแสงแดดกลางวันมาก การออกไปเดินกลางแจ้งไม่กี่นาทีทำให้ตาได้รับแสงสีฟ้ามากกว่าการนั่งหน้าจอหลายชั่วโมง
แสงสีฟ้าไม่ได้มีแต่ด้านลบ ร่างกายใช้แสงช่วงนี้ในการตั้งนาฬิกาชีวิต ช่วงกลางวันแสงสีฟ้าช่วยให้ตื่นตัว แต่การรับแสงจ้าจากจอช่วงดึกก่อนนอนอาจรบกวนการนอนหลับได้
งานวิจัยว่าอย่างไรเรื่องเลนส์บลูบล็อก
- เรื่องอาการตาล้า: งานทบทวนงานวิจัยในปี 2023 ที่รวบรวมการทดลองหลายชิ้น สรุปว่ายังไม่พบหลักฐานที่ดีพอว่าเลนส์กรองแสงสีฟ้าช่วยลดอาการตาล้าจากการใช้หน้าจอในระยะสั้นได้ เมื่อเทียบกับเลนส์ธรรมดา
- เรื่องการปกป้องจอประสาทตา: องค์กรจักษุแพทย์อย่าง American Academy of Ophthalmology ระบุว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอไม่ได้ทำให้ตาเสียหาย และไม่แนะนำให้ใช้แว่นกรองแสงสีฟ้าเพื่อป้องกันโรคตา
- เรื่องการนอนหลับ: ผลการศึกษายังไม่สอดคล้องกัน ยังสรุปไม่ได้ว่าใส่เลนส์บลูบล็อกช่วงค่ำแล้วนอนหลับดีขึ้น การลดความสว่างจอหรือเลิกใช้จอก่อนนอนเป็นวิธีที่ตรงกว่า
สรุปคือ เลนส์บลูบล็อกไม่เป็นอันตราย แต่ก็ไม่ใช่คำตอบหลักของอาการตาล้า
อาการตาล้าจากหน้าจอจริง ๆ มาจากไหน
อาการตาแห้ง แสบตา ตาพร่า ปวดหัว หรือปวดต้นคอหลังใช้จอนาน ๆ มีชื่อเรียกรวมว่า digital eye strain หรือ computer vision syndrome สาเหตุหลักคือ
| สาเหตุ | เกิดอะไรขึ้น | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| กะพริบตาน้อยลง | เวลาจ้องจอ คนเรากะพริบตาน้อยลงกว่าปกติมาก ผิวตาจึงแห้ง | ตั้งใจกะพริบตาให้สุด พักสายตาเป็นระยะ ใช้น้ำตาเทียมตามคำแนะนำ |
| เพ่งระยะใกล้นาน | กล้ามเนื้อปรับโฟกัสทำงานต่อเนื่องจนล้า | กฎ 20-20-20 และวางจอให้ห่างพอ |
| แสงสะท้อนและแสงจ้า | จอสว่างต่างจากห้องมาก หรือมีแสงไฟสะท้อนบนจอ | ปรับความสว่างจอให้ใกล้แสงห้อง จัดตำแหน่งจอเลี่ยงแสงจากหน้าต่าง |
| ค่าสายตาไม่ตรง | สายตาเอียงหรือสายตายาวตามอายุที่ไม่ได้แก้ ทำให้ต้องเพ่งมากขึ้น | ตรวจวัดสายตาและใช้แว่นที่ค่าถูกต้อง |
| ท่านั่งไม่เหมาะ | ก้มหรือเงยคอเพื่อมองจอ | ปรับระดับจอและเก้าอี้ |
สิ่งที่ช่วยลดอาการตาล้าได้จริง
1. กฎ 20-20-20
ทุก 20 นาที ละสายตาจากจอไปมองสิ่งที่อยู่ไกลประมาณ 20 ฟุต (ราว 6 เมตร) นาน 20 วินาที ช่วยให้กล้ามเนื้อโฟกัสได้พัก ตั้งเตือนในมือถือหรือคอมพิวเตอร์จะช่วยให้ทำได้สม่ำเสมอ
2. กะพริบตาให้สุด
ระหว่างพัก ลองกะพริบตาช้า ๆ ให้เปลือกตาปิดสนิทสัก 10 ครั้ง ช่วยเกลี่ยน้ำตาเคลือบผิวตา ถ้าตาแห้งบ่อย ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เรื่องน้ำตาเทียม
3. จัดจอให้เหมาะ
- วางจอห่างจากตาประมาณหนึ่งช่วงแขน หรือราว 50–70 ซม.
- ขอบบนของจออยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ให้สายตามองลงนิดหน่อย
- ขยายตัวอักษรให้อ่านสบาย ไม่ต้องเพ่ง
- ปรับความสว่างจอให้ใกล้เคียงกับแสงในห้อง
4. จัดแสงในห้อง
หลีกเลี่ยงการวางจอหันเข้าหรือหันหลังให้หน้าต่างโดยตรง ใช้ไฟห้องที่สว่างสม่ำเสมอ และลดแสงสะท้อนบนจอ
5. ใช้แว่นที่ค่าสายตาถูกต้อง
สายตาเอียงเล็กน้อยหรือสายตายาวตามอายุที่เริ่มเป็น ทำให้ตาทำงานหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว คนที่อายุเกิน 40 และทำงานหน้าจอมาก อาจเหมาะกับเลนส์สำหรับระยะคอมพิวเตอร์ หรือเลนส์โปรเกรสซีฟ อ่านเพิ่มที่ เลนส์โปรเกรสซีฟ vs เลนส์สองชั้น และวิธีอ่านค่าบนใบวัดที่ วิธีอ่านค่าสายตา
แล้วควรใช้เลนส์บลูบล็อกไหม
ถ้าคุณลองใส่แล้วรู้สึกสบายตากว่า ก็ใช้ได้ ไม่มีอันตราย บางคนชอบเพราะเลนส์หลายรุ่นมีสารเคลือบลดแสงสะท้อนมาด้วย ซึ่งช่วยเรื่องแสงจ้าได้ แต่ควรรู้ข้อจำกัดเหล่านี้ก่อน
- ไม่ได้แทนการพักสายตาและการจัดสภาพแวดล้อมการทำงาน
- เลนส์บางรุ่นมีสีอมเหลืองเล็กน้อย อาจไม่เหมาะกับงานที่ต้องดูสีแม่นยำ เช่น งานกราฟิก
- ถ้ามีอาการตาล้ารุนแรงหรือต่อเนื่อง ควรตรวจสายตาและตาแห้งก่อน เพราะสาเหตุอาจเป็นเรื่องอื่นที่แก้ได้ตรงกว่า
เลือกกรอบแว่นสำหรับคนทำงานหน้าจอ
กรอบที่ดีสำหรับคนใส่แว่นทั้งวันคือกรอบที่เบา กระชับ และไม่กดสันจมูก กรอบโลหะหรือไทเทเนียมน้ำหนักเบาช่วยลดแรงกด (อ่าน กรอบไทเทเนียม ดีอย่างไร) ส่วนขนาดกรอบควรพอดีหน้า เพื่อให้จุดกึ่งกลางเลนส์ตรงกับตา วิธีเลือกขนาดอ่านได้ที่ 6 วิธีเลือกแว่นออนไลน์ให้ใส่แล้วพอดี
ตอนนี้ GlassUps จำหน่ายเฉพาะกรอบแว่น กรอบทุกรุ่นมาพร้อมเลนส์โชว์ นำไปตัดเลนส์ตามค่าสายตา จะเป็นเลนส์ธรรมดา เลนส์บลูบล็อก หรือเลนส์สำหรับคอมพิวเตอร์ ที่ร้านแว่นที่คุณสะดวกได้เลย ส่วนบริการตัดเลนส์กับเรากำลังจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ ดู กรอบแว่นสายตาแบรนด์แท้ ทั้งหมด หรือทักถามทาง LINE @glassups
อยากรู้วิธีดูแลดวงตาในชีวิตประจำวันเพิ่มเติม อ่าน ดูแลดวงตาเมื่อต้องใส่แว่นทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
แสงสีฟ้าจากมือถือทำให้ตาบอดได้ไหม
ไม่มีหลักฐานว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอในการใช้งานปกติทำให้จอประสาทตาเสียหายหรือตาบอด ปริมาณแสงสีฟ้าจากจอน้อยกว่าแสงแดดมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรจ้องแหล่งแสงจ้าใด ๆ โดยตรง รวมถึงดวงอาทิตย์
ใส่เลนส์บลูบล็อกตลอดวันได้ไหม
ใส่ได้ ไม่มีอันตราย แต่ถ้าเลนส์มีสีอมเหลือง อาจทำให้เห็นสีเพี้ยนเล็กน้อย บางคนจึงเลือกใส่เฉพาะตอนทำงานหน้าจอ
โหมดถนอมสายตา (Night mode) บนมือถือช่วยไหม
โหมดนี้ลดแสงโทนฟ้าและทำให้จอดูอุ่นขึ้น บางคนรู้สึกสบายตากว่าช่วงค่ำ แต่การลดความสว่างและลดเวลาใช้จอก่อนนอนมีผลต่อการนอนหลับชัดเจนกว่า
ตาล้าทุกวันแม้พักสายตาแล้ว ควรทำอย่างไร
ควรตรวจวัดสายตาและตรวจตาแห้งกับนักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์ เพราะค่าสายตาที่ไม่ตรงหรือภาวะตาแห้งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยและแก้ไขได้
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติทางตา ควรปรึกษานักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์