ส่งฟรีเมื่อซื้อครบ 1,500 ฿ • แว่นแบรนด์เนมของแท้ 100% • เปลี่ยนสินค้าชำรุดได้ใน 7 วัน
เคล็ดลับ อ่าน 4 นาที

เลนส์โปรเกรสซีฟ vs เลนส์สองชั้น vs แว่นอ่านหนังสือ เลือกแบบไหนดี

เปรียบเทียบเลนส์โปรเกรสซีฟ เลนส์สองชั้น และแว่นอ่านหนังสือ ต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร ต้องปรับตัวนานแค่ไหน และเลือกกรอบแบบไหนให้เหมาะกับเลนส์หลายระยะ

เลนส์โปรเกรสซีฟ vs เลนส์สองชั้น vs แว่นอ่านหนังสือ เลือกแบบไหนดี

สรุปสั้น ๆ: เลนส์โปรเกรสซีฟไล่ระดับค่าสายตาต่อเนื่องจากมองไกลลงมามองใกล้ ไม่มีเส้นแบ่ง มองได้ทุกระยะรวมถึงระยะกลางอย่างจอคอมพิวเตอร์ แต่ต้องใช้เวลาปรับตัวไม่กี่วันถึงราว 2 สัปดาห์ เลนส์สองชั้น (Bifocal) มีเส้นแบ่งชัด แยกโซนไกลกับใกล้ ปรับตัวง่ายกว่าและราคาถูกกว่า แต่ไม่มีโซนระยะกลาง

ถ้าต้องการมองชัดแค่ระยะอ่านหนังสือ แว่นอ่านหนังสือเลนส์ชั้นเดียวก็เพียงพอและราคาประหยัดที่สุด

พออายุราว 40 ปีขึ้นไป หลายคนเริ่มถือมือถือห่างออกไปเพื่อให้อ่านชัด นี่คืออาการสายตายาวตามอายุ (presbyopia) ซึ่งเกิดกับทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น เมื่อถึงจุดนี้ คำถามที่ตามมาคือจะใช้เลนส์แบบไหนดี บทความนี้เปรียบเทียบเลนส์ 3 แบบหลักให้เห็นชัด ๆ ว่าต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร และต้องเลือกกรอบแบบไหน

ทำไมต้องใช้เลนส์หลายระยะ

เลนส์ตาธรรมชาติจะแข็งตัวขึ้นตามอายุ ทำให้ปรับโฟกัสมองใกล้ได้ยากขึ้น ค่าที่ใช้แก้คือค่า ADD บนใบวัดสายตา (อ่านวิธีดูได้ใน วิธีอ่านค่าสายตา) คนที่มีสายตาสั้นหรือยาวอยู่แล้วจึงต้องการค่าสายตามากกว่าหนึ่งค่าในแว่นอันเดียว คือค่ามองไกลและค่ามองใกล้ เลนส์หลายระยะถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้

เปรียบเทียบเลนส์ 3 แบบ

เลนส์โปรเกรสซีฟ เลนส์สองชั้น (Bifocal) แว่นอ่านหนังสือชั้นเดียว
ระยะที่มองชัด ไกล กลาง ใกล้ ต่อเนื่องกัน ไกลและใกล้ ไม่มีระยะกลาง ใกล้อย่างเดียว
เส้นแบ่งบนเลนส์ ไม่มี ดูเหมือนเลนส์ปกติ มีเส้นหรือหน้าต่างเห็นชัด ไม่มี
การปรับตัว ใช้เวลาไม่กี่วันถึงราว 2 สัปดาห์ ปรับตัวเร็ว แต่อาจสะดุดตอนสายตาข้ามเส้น แทบไม่ต้องปรับ
ขอบเลนส์ มีบริเวณภาพเบลอด้านข้าง ภาพชัดทั้งโซน ภาพชัดทั้งเลนส์
ราคาโดยเปรียบเทียบ สูงที่สุด ปานกลาง ประหยัดที่สุด
ต้องถอดเข้าออกไหม ใส่ได้ทั้งวัน ใส่ได้ทั้งวัน ต้องถอดเมื่อมองไกล

เลนส์โปรเกรสซีฟทำงานอย่างไร

เลนส์โปรเกรสซีฟแบ่งเป็นโซนแนวตั้งที่ค่าสายตาค่อย ๆ เปลี่ยน

  • ส่วนบน สำหรับมองไกล เช่น ขับรถ ดูทีวี
  • ส่วนกลาง (ช่องทางเดิน) สำหรับระยะกลาง เช่น จอคอมพิวเตอร์ แดชบอร์ดรถ
  • ส่วนล่าง สำหรับมองใกล้ เช่น อ่านหนังสือ มือถือ
  • ด้านข้างทั้งสอง เป็นบริเวณที่ภาพเบลอหรือบิดเล็กน้อย ซึ่งเป็นธรรมชาติของเลนส์ชนิดนี้

การมองด้วยเลนส์โปรเกรสซีฟจึงต้องหันศีรษะไปทางสิ่งที่มอง แทนการกลอกตาไปด้านข้าง และขยับคางขึ้นลงเล็กน้อยเพื่อหาโซนที่ชัด เลนส์รุ่นที่ออกแบบดีขึ้นมักมีโซนชัดกว้างขึ้นและบริเวณเบลอด้านข้างน้อยลง

เลนส์สองชั้นเหมาะกับใคร

เลนส์สองชั้นมีส่วนมองใกล้เป็นหน้าต่างอยู่ด้านล่าง แยกจากส่วนมองไกลด้วยเส้นชัดเจน ข้อดีคือโซนมองใกล้กว้างและคม ปรับตัวง่าย ราคาย่อมเยากว่า เหมาะกับคนที่

  • ใช้สายตาหลัก ๆ แค่สองระยะ คือมองไกลกับอ่านหนังสือ
  • ลองเลนส์โปรเกรสซีฟแล้วปรับตัวไม่ได้
  • ต้องการโซนอ่านหนังสือกว้าง ๆ

ข้อเสียคือไม่มีโซนระยะกลาง จอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างราวหนึ่งช่วงแขนอาจมองไม่ชัดทั้งสองโซน และภาพอาจกระโดดเมื่อสายตาข้ามเส้นแบ่ง

แว่นอ่านหนังสือชั้นเดียวเหมาะกับใคร

ถ้าคุณไม่มีปัญหามองไกลเลย และต้องการแว่นเฉพาะตอนอ่านหนังสือหรือดูมือถือ แว่นอ่านหนังสือเลนส์ชั้นเดียวเป็นตัวเลือกที่เรียบง่ายและประหยัดที่สุด ข้อเสียคือต้องถอดเมื่อจะมองไกล หลายคนจึงมีแว่นอ่านหนังสือไว้เป็นแว่นอันที่สองคู่กับแว่นหลายระยะ

เลือกแบบไหนดี

ไลฟ์สไตล์ เลนส์ที่มักเหมาะ
ทำงานหน้าจอ ประชุม ขับรถ อยากใส่แว่นอันเดียวทั้งวัน เลนส์โปรเกรสซีฟ
มองไกลกับอ่านหนังสือเป็นหลัก ไม่ค่อยใช้จอ เลนส์สองชั้น
สายตาไกลปกติ แค่อ่านใกล้ไม่ชัด แว่นอ่านหนังสือชั้นเดียว
ทำงานคอมพิวเตอร์นาน ๆ เป็นหลัก ปรึกษาเรื่องเลนส์สำหรับระยะกลาง-ใกล้ (office lens)

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ค่าสายตา การใช้งาน และความรู้สึกของแต่ละคนต่างกัน ควรให้นักทัศนมาตรหรือร้านที่ตัดเลนส์ช่วยแนะนำ

เลือกกรอบสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ

กรอบมีผลกับเลนส์โปรเกรสซีฟมากกว่าเลนส์ชนิดอื่น เพราะต้องมีพื้นที่พอสำหรับทุกโซน

  • ความสูงเลนส์พอ โดยทั่วไปควรสูงราว 28–30 มม. ขึ้นไป กรอบที่แคบเกินไปจะตัดโซนมองใกล้ด้านล่างทิ้ง ความสูงขั้นต่ำขึ้นกับรุ่นเลนส์ ควรถามร้านที่ตัดเลนส์ก่อนเลือกกรอบ
  • ทรงที่มีพื้นที่ด้านล่าง กรอบเหลี่ยม ทรงกลม หรือทรงวงรีที่ไม่ตัดมุมล่างมาก เหมาะกว่าทรง cat-eye ปลายเชิดหรือกรอบแบนยาว
  • พอดีหน้าและกระชับ กรอบที่ไหลลงจมูกจะทำให้โซนเลื่อนตำแหน่ง มองไม่ชัด แป้นจมูกปรับได้ช่วยให้ตั้งระดับได้ดี
  • เลือกขนาดให้ถูก วิธีอ่านตัวเลขขนาดบนขาแว่น อ่านที่ 6 วิธีเลือกแว่นออนไลน์ให้ใส่แล้วพอดี

เคล็ดลับปรับตัวกับเลนส์โปรเกรสซีฟ

  1. ใส่ต่อเนื่องทั้งวันตั้งแต่วันแรก ไม่สลับกับแว่นเก่า จะช่วยให้ปรับตัวเร็วขึ้น
  2. หันศีรษะไปทางสิ่งที่ต้องการมอง แทนการกลอกตาด้านข้าง
  3. เวลาอ่านหนังสือ ลดสายตาลงมองผ่านส่วนล่างของเลนส์ ไม่ใช่ก้มหน้า
  4. ระวังตอนเดินลงบันไดช่วงแรก ก้มหน้าเล็กน้อยเพื่อมองผ่านส่วนบนของเลนส์
  5. ถ้าผ่านไปราว 2 สัปดาห์แล้วยังเวียนหัวหรือมองไม่ชัด กลับไปให้ร้านตรวจตำแหน่งเลนส์และการตั้งกรอบ

ซื้อกรอบกับ GlassUps แล้วตัดเลนส์หลายระยะได้ไหม

ได้ ตอนนี้ GlassUps จำหน่ายเฉพาะกรอบแว่น กรอบทุกรุ่นมาพร้อมเลนส์โชว์ นำกรอบไปตัดเลนส์โปรเกรสซีฟหรือเลนส์สองชั้นที่ร้านแว่นที่คุณสะดวกได้เลย ส่วนบริการตัดเลนส์กับเรากำลังจะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้ ถ้าไม่แน่ใจว่ากรอบรุ่นไหนสูงพอสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟ ส่งรุ่นที่สนใจมาถามทาง LINE @glassups ได้ ดู กรอบแว่นสายตาแบรนด์แท้ ทั้งหมด

ใช้จอเยอะด้วย อ่านต่อที่ เลนส์บลูบล็อก จำเป็นแค่ไหนสำหรับคนทำงานออฟฟิศ และ ดูแลดวงตาเมื่อต้องใส่แว่นทุกวัน

คำถามที่พบบ่อย

อายุเท่าไหร่ถึงต้องใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ

สายตายาวตามอายุมักเริ่มราว 40 ปีขึ้นไป แต่ไม่มีอายุตายตัว ขึ้นกับว่าเริ่มมองใกล้ไม่ชัดเมื่อไหร่ ควรตรวจวัดสายตาเมื่อต้องถือของห่างออกไปเพื่ออ่าน

ใส่เลนส์โปรเกรสซีฟแล้วเวียนหัว ผิดปกติไหม

ช่วงแรกรู้สึกเวียนหรือภาพโยกเล็กน้อยได้ เป็นเรื่องปกติของการปรับตัว ส่วนใหญ่ดีขึ้นในไม่กี่วันถึงราว 2 สัปดาห์ ถ้านานกว่านั้นควรให้ร้านตรวจการตั้งเลนส์และกรอบ

ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟขับรถได้ไหม

ได้ ส่วนบนของเลนส์ใช้มองถนน ส่วนกลางใช้มองแดชบอร์ด ช่วงปรับตัวแรก ๆ ควรฝึกในที่คุ้นเคยก่อน และมองกระจกข้างโดยหันศีรษะแทนการกลอกตา

ใช้กรอบเดิมตัดเลนส์โปรเกรสซีฟได้ไหม

ได้ถ้ากรอบสูงพอและอยู่ในสภาพดี ให้ร้านที่ตัดเลนส์ตรวจความสูงกรอบก่อน กรอบที่แคบมากอาจทำให้โซนมองใกล้เหลือน้อย

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การเลือกเลนส์ควรปรึกษานักทัศนมาตรหรือร้านแว่นที่ตัดเลนส์ให้คุณ